Cafe Reverie

Cafe Reverieคาเฟ่ตกแต่งสวยงามด้วยโทนสีขาวแซมดอกไม้ทั้งร้าน เฟอร์นิเจอร์และของประดับต่าง ๆ ก็สวย มุมถ่ายรูปเยอะ ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นนางฟ้าเลย เมนูเด็ดของทางร้านจะเป็นของหวาน

แต่ที่พนักงานแนะนำจะเป็น “Knight in Shining Armor” ลักษณะเป็นบราวนีช็อกโกแลตบาร์ ด้านในมีชั้นของเนยถั่วอยู่เพิ่มความเค็มมัน มีช็อกโกแลตกรอบ ๆ พร้อมถั่วกรุบ ๆ เคลือบด้านนอก กินแล้วเพลินมาก ๆ รสชาติก็ลงตัว หน้าตาก็น่ารัก ใครที่ชอบถ่ายรูปมาร้านนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน

ชื่อ Reverie ที่แปลว่า ฝันกลางวัน พร้อมต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกแห่งเทพนิยาย ตั้งแต่ด้านหน้าร้านที่มีสวนดอกไม้มองแล้วสบายตา และเมื่อก้าวเข้ามาในประตูรูปปกหนังสือ จะพบกับเรือนกระจก เน้นความโปร่ง สว่าง ด้วยสีขาวของหินอ่อน

ร้านตกแต่งด้วยของสะสมของเจ้าของร้านเอง ซ่อนรายละเอียดน่ารัก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตะเกียงจากอาละดิน ตู้เค้กมาจากเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร และกระจกห้องน้ำเป็น กระจกวิเศษจากสโนไวท์

เชฟที่เรียนมาจากฝรั่งเศสได้ครีเอตเมนูด้วยการเลือกวัตถุดิบดีที่สุด ใส่ใจในแต่ละองค์ประกอบ เช่น สลัดสูตรพิเศษ Reverie Salad (185 บาท) ใช้เป็นผักปลอดสารพิษ ราดเบา ๆ ด้วย Red Wine Vinegar เพิ่มสีสันด้วยดอกแพนซี ให้รสชาติไลท์ ๆ ที่น่าจะถูกใจสาว ๆ

หรือจานหนัก ๆ อย่าง Barbeque Pork Chop (350 บาท) เลือกใช้เป็นหมูที่เลี้ยงในฟาร์มเปิด ย่างกับซอสบาบีคิว เสิร์ฟพร้อมกับโคสลอว์แอปเปิ้ล 

ส่วนใครที่อยากลองเมนูไทย ๆ ที่ทางร้านได้เพิ่มเติมเข้ามาอย่าง Shrimp Tom Yum Spaghetti (220 บาท) ของที่นี่ก็มีรสชาติกลมกล่อมกำลังดี ไม่เผ็ดมาก

ส่วนขนมหวานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทพนิยายอย่าง Peter Pandan (160 บาท) สัมผัสนุ่มเนียน แต่แฝงด้วยรสชาติของสังขยา ตะไคร้ และมะพร้าว 

เติมความสดชื่นกันด้วยน้ำผลไม้คั้นสดสูตรของทางร้าน Portion #78 (90 บาท)ที่มีทั้งแพร์ แอปเปิ้ล ฝรั่ง รสชาติหวานจากผลไม้แท้ ๆ ช่วยให้รู้สึกสดชื่นในทันที